ลำโพง ประเภท Passive และ Active แตกต่างกันอย่างไร ? ใช้แบบไหนดี

ลำโพง ประเภท Passive Active

Table of Contents

ลำโพง ประเภท Passive และ Active แตกต่างกันอย่างไร ? ใช้แบบไหนดี คำถามดังกล่าวนี้เป็นหนึ่งในคำถามยอดนิยมที่ลายคนมักตั้งข้อสงสัย ด้วยเหตุที่เครื่องขยายเสียงในยุคปัจจุบันมีมากมายหลายชนิด หลายรูปแบบที่เราสามารถเลือกซื้อได้ แต่ถึงอย่างนั้นความสามารถในการตอบโจทย์ของเครื่องขยายเสียงแต่ละแบบก็มีความแตกต่างและมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน และเพื่อให้เครื่องขยายเสียงสามารถตอบโจทย์การใช้งานในแบบของเราได้มากที่สุด เราจึงจำเป็นต้องรู้ประเภทของเครื่องขยายเสียง ว่ามีจุดเด่นและข้อจำกัดอย่างไร

ลำโพง ประเภท Passive และ Active 1

ลำโพง ประเภท Active 

เครื่องขยายเสียงประเภท Active เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ลำโพงที่มีแอมป์ในตัว ซึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเครื่องขยายเสียงชนิดนี้คือมีช่องเสียบปั๊กไฟและช่องอินพุตสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อหรือพ่วงการใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ แน่นอนว่าบางยี่ห้อหรือบางรุ่นยังเสริมฟังชันการใช้งานแบบใหม่เช่น มิกเซอร์, ระบบเล่นเพลงผ่านบลูทูธ, ไมค์ลอย, ฟังก์ชัน DSP ที่สามารถควบคุมการใช้งานได้ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน , แท็ปเล็ต และคอมพิวเตอร์  

  • จุดเด่นของ Active :

-เครื่องขยายเสียงชนิดนี้เป็นหนึ่งในเครื่องที่ถูกตั้งค่าจากโรงงานมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องปรับแต่งสิ่งใดเพิ่มเติม

-เครื่องขยายเสียงประเภท Active สามารถขนย้ายได้ง่าย พกพาสะดวก อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องขนย้ายหรือเพิ่มเติมอุปกรณ์เสริม นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีแบตเตอรี่ในตัว เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องเสียบปั๊กไฟขณะใช้งาน ช่วยเพิ่มอิสระในการใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างลงตัว

  • ข้อจำกัด

-ด้วยเหตุที่เครื่องขยายเสียงประเภทนี้เป็นหนึ่งในเครื่องขยายเสียงที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ค่อนข้างครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ดังนั้นจึงมีราคาสูงกว่าเครื่องขยายเสียงแบบ Passive มาก

-คุณภาพเสียงอาจไม่ได้มาตรฐานที่สูงนัก เนื่องจากการออกแบบ การปรับจูน อาจให้คุณภาพเสียงด้อยกว่าเครื่องขยายเสียงแบบ Passive เล็กน้อย

  • เหมาะกับใคร 

เหมาะสำหรับมืออาชีพและมือใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้งานกลางแจ้งหรือนอกสถานที่ ตลอดจนผู้ที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการใช้งานและความสะดวกในการเคลื่อนย้ายรวมถึงการติดตั้ง

ลำโพง ประเภท Passive และ Active 2

ลำโพง ประเภท Passive

  เครื่องขยายเสียงแบบ Passive เป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถพบได้บ่อย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเครื่องที่นิยมนำมาใช้กลางแจ้งหรือเป็นเครื่องขยายเสียงตามบ้าน มีการติดตั้งและขนาดของตัวเครื่องให้เลือกหลากหลาย ซึ่งเครื่องขยายเสียงหรือ Power Amplifier เป็นตัวขยายสัญญาณเสียงที่สามารถส่งสัญญาณเสียงได้โดยตรงดังนั้นภายในเครื่องขยายเสียงจึงไม่มีวงจรที่ซับซ้อนหรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากนัก

  • จุดเด่นของ Passive

-เครื่องขยายเสียงแบบ Passive มีความสามารถในการจับคู่กับเครื่องขยายเสียงได้อย่างรวดเร็วถูกต้องและชัดเจน อีกทั้งคุณภาพเสียงยังมีความละเอียด เสียงพุ่งไปไกล และมีมิติของเสียงที่ดีมาก

-ในกรณีที่ผู้ใช้งานมีเทคนิคและความรู้ในเรื่องวิศวกรรมหรืองานช่าง สามารถอัพเกรดอุปกรณ์หรือเครื่องขยายเสียงให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นได้ เพื่อช่วยให้การจัดการอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงให้เราได้อีกด้วย

  • ข้อจำกัด

-ในทางตรงกันข้ามหากเครื่องขยายเสียงแบบ Passive จับคู่กับอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เข้ากัน คุณภาพของเสียงที่ได้จากต่ำมาก หรืออาจทำให้คุณภาพเสียงที่เชื่อมต่อนั้นเกิดข้อผิดพลาดหรือเพี้ยนได้ง่าย ดังนั้นในการจับคู่แต่ละครั้งจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญและใช้เทคนิคเพื่อให้การทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นเป็นไปได้ด้วยดี

-เครื่องขยายเสียงประเภท Passive ไม่เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง เนื่องจากเครื่องขยายเสียงประเภทนี้จำเป็นต้องขนย้ายอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก

-เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีผู้ใช้งานต้องจ่ายค่าอัพเกรดระบบภายในที่มีราคาค่อนข้างแพง

  • เหมาะกับใคร

  ลำโพงแบบ passive เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องเครื่องเสียง รวมถึงผู้ที่มีความรู้ในด้านการใช้งานและระบบโครงสร้างภายใน เนื่องจากเครื่องขยายเสียงประเภทนี้ ต้องใช้งบประมาณพอสมควร เพื่อแลกกับคุณภาพดีหรือเพื่ออัพเกรดให้สามารถใช้งานได้ในระยะยาวและมีคุณภาพเสียงที่ตรงตามมาตรฐานขั้นสูง

ลำโพง ประเภท Passive และ Active 3

  ลำโพง ทั้งแบบ Active และ Passive มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้งานและประสบการณ์ของผู้ใช้ทั้งนี้ในเรื่องของประสบการณ์และการใช้งานเราสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจ ตลอดจนวางงบประมาณก่อนตัดสินใจได้ สำหรับใครที่พอมีประสบการณ์ในเรื่องของการใช้เครื่องขยายเสียงแล้วระยะหนึ่ง ระบบ Passive ก็เหมาะมากสำหรับการใช้งานที่เน้นเรื่องคุณภาพแต่สำหรับคนที่ชื่นชอบความเรียบง่ายความสะดวกสบายแบบ active ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีไม่แพ้กัน

เครดิตรูปภาพจาก  www.pexels.com

อ่านบทความ 8 ร้านค็อกเทล กรุงเทพฯ บรรยากาศดี เครื่องดื่มฟิน หลากหลายสไตล์ 2022

เว็บตรงสล็อต

ufabetflix285

Recent posts !!

แนะนำทั่วไป

10 เครื่องดนตรี น่าพก
ลำโพง ประเภท Passive Active
7 เครื่องดนตีสากล ฝึกง่าย
แนะนำ ร้านค็อกเทล ในกรุงเทพ
แนะนำ 5 ผับดังๆ ในกรุงเทพ
10 ร้านอาหาร ดนตรีสด ในกรุงเทพ
Tags
กลองชุด (4) กลองชุดกับกลองไฟฟ้าเลือกซื้อแบบไหนดี (1) กลองชุดกับกลองไฟฟ้าแตกต่างกันอย่างไร (1) กลองไฟฟ้า (7) กลองไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี (2) กีต้าร์ (6) กีต้าร์มีกี่ประเภท (1) กีต้าร์มีกี่แบบ (1) กีต้าร์เบส (3) กีต้าร์โปร่ง (6) คาลิมบา (2) คาฮอง (2) คีย์บอร์ดไฟฟ้า (4) ซื้อเปียโนหลังแรก (1) ซื้อเปียโนหลังแรกต้องดูอะไรบ้าง (1) ทรอมโบน (2) ทรัมเป็ต (2) ประเภทของกีต้าร์ (1) ประเภทของเปียโน (1) มือใหม่หัดเล่นเปียโน (2) มือใหม่อยากซื้อกีต้าร์ (1) วิธีการเลือกซื้อกลองชุด (1) วิธีการเลือกซื้อกลองไฟฟ้า (1) วิธีฝึกกีต้าร์ (1) วิธีเลือกซื้อกีต้าร์โปร่ง (1) ส่วนประกอบของกีต้าร์โปร่ง (1) หัดเล่นกีต้าร์ (1) อยากซื้อกลองไฟฟ้า (1) อูคูเลเล่ (4) เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (4) เครื่องตี (6) เครื่องลิ่มนิ้ว (10) เครื่องสาย (14) เครื่องเป่าลมทองเหลือง (5) เครื่องเป่าลมไม้ (3) เชลโล (2) เทคนิคการเลือกเปียโนหลังแรก (1) เบสไฟฟ้า (2) เปียโน (5) เปียโนไฟฟ้า (4) เริ่มเล่นกีต้าร์มือใหม่หัดง่ายกว่าที่คิด (1) เลือกซื้อกลองชุดต้องดูอะไรบ้าง (1) แซกโซโฟน (4) แนะนำทั่วไป (8) ไวโอลิน (3)